ม้าแคระ สายพันธุ์ เชทแลนด์

ม้าแคระ สายพันธุ์ เชทแลนด์

ม้าแคระ เป็นที่นิยมมากในประเทศไทยแต่จะพบมากในฟาร์มใหญ่ๆ  เพราะราคาค่อยข้างจะสูงเพราะเป็นม้านำเข้าเฉพาะถิ่นแตกต่างจากม้าขนาดใหญ่ทั่วไป แต่ปัจจุบันเริ่มมีการเพาะพันธุ์ในประเทศไทยแล้วทำให้ฟาร์มเล็กๆหรือคนที่ชอบราคาซื้อได้แล้ว ม้าแคระเป็นที่ชื่นชอบของเด็กมากเนื่องด้วยขนาดและขนที่สวยและยาว

ม้าแคระ สายพันธุ์ เชทแลนด์  นั้นมีความอดทนและแข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสายพันธุ์ที่พัฒนาในภาวะความรุนแรงของสภาพอากาศภายในเกาะเซทแลนด์ ลักษณะของม้าแคระ เซตแลนด์จะมีหัวและใบหน้าเล็ก ใบหูเล็กสั้น คอกล้ามเนื้อกระชับ รูปร่างอ้วนเตี้ยและสั้น ขาแข็งแรง หางยาว ม้าแคระนี้จะมีหลากหลายสี และมีทั้งลายแบบสลับสี และลายด่าง

ม้าแคระเซทแลนด์มีจุดกำเนิดในหมู่เกาะ เซทแลนด์ที่ตั้งอยู่ตะวันออกเฉียงเหนือของแผ่นดินใหญ่สกอตแลนด์ ม้าแคระขนาดเล็กที่ได้รับการดูแลและเก็บไว้ในเกาะเชทแลนด์เกาะตั้งแต่ ยุคประวัติศาสตร์หลังยุคหินและก่อนยุคเหล็กบรอนซ์ ม้าแคระเซทแลนด์เหล่านี้จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 25-30 ปี การเลี้ยงดูก็ง่าย เพราะว่ามีคุณสมบัติเหมือนม้าทุกประการ กินหญ้า ฟาง แครรอท เป็นอาหาร

จุดสังเกตของมากพันธุ์ คือขาจะสั้น แผงคอและหางยาว ขนดกและหนาที่ช่วยป้องกันอากาศหนาวม้าแคระเชทแลนด์ปกติแล้วม้าชนิดนี้มีความสูงระหว่าง 28 ถึง 42 นิ้ว ขนจะออกเป็นสีดำหรือน้ำตาลเข้ม ซึ่งไม่เป็นเหมือนม้าพันธุ์อื่น ๆ ขนาดของสุดยอดสายพันธุ์ม้าจากทั่วโลก

 

ม้าพันธุ์ฟรี เชี่ยน

ม้าพันธุ์ฟรี เชี่ยน

ม้าพันธุ์ฟรี เชี่ยนเป็นม้าที่ในช่วงแรกๆไม่ค่อยเป็นที่นิยอมในประเทศไทยไม่ค่อยคุ้นเคยนัก เนื่องจากเป็นม้าที่มีแหล่งกำเนิดที่ประเทศ เนเธอร์แลนด์ หรือ ฮอลแลนด์หรือฮอลันดาในสมัยโบราณนั่นเอง ในปัจจุบันก็เริ่มได้มีกลุ่มคนรักม้าได้เริ่มนำฟรีเชี่ยนเข้ามาเมืองไทยบ้าง แล้ว เท่าที่ทราบก็มีคอกของน้องพลอย แห่งปางช้างอยุธยา และอีกแห่งคือภูผาหมอก ที่มีพ่อม้าเข้าประจำการแต่มิตรรักนักเพลงแล้ว ม้าสายนี้มีลักษณะเด่นคือมีขนสีดำมันสนิทไม่มีสีอื่นแซม การวางเท้าเวลาทร็อทยกขาหน้าสูงมาก แลดูสวยงาม อุปนิสัยนิ่งว่านอนสอนง่ายและติดไปทางค่อนข้างจะคึกคัก ร่างกายกำยำล่ำสัน ส่วนสูงมีตั้งแต่ 15 -17 แฮนด์ แผงขนคอหนาดกรวมทั้งขนหน้าผาก หางยาวแตะพื้น ข้อเท้ามีพู่ห้อยระย้าสวยงาม

ม้าฟรีเชี่ยนมีแหล่งกำเนิดที่ เมือง ฟรีซแลนด์ประเทศเนเธอร์แลนด์ ดินแดนกังหันสีส้ม แม้ว่าสัดส่วนของเขาจะละม้ายไปทางม้างาน แต่ฟรีเชียนนั้นมีรูปร่างที่สง่างามและแลดูปราดเปรียวกว่าเยอะ ระหว่างยุคกลาง ม้าสายนี้เป็นที่ต้องการของทหารอย่างแรง เพราะต้องการเอาไปให้อัศวินที่ใส่เกราะเหล็กออกทำการรบ ความต้องการใช้ม้าในสงครามนั้นส่งจึงผลให้ม้าสายนี้เกือบสูญพันธุ์ไปหลายหน จนล่วงมาถึงในยุคปัจจุบันม้าพันธุ์นี้กลับเป็นที่นิยมนำมาขี่เล่น ใช้เทียมรถม้า และมีบ้างที่นำมาใช้ขี่แบบเดรสสาจ

การมีสีดำของม้าสายนี้ นั้นเน้นว่าต้องดำแบบดำมัน โดยไม่อนุญาตให้มีสีอื่นเข้าปะปน ยกเว้นมีจุดขาวที่หน้าผากเท่านั้น ที่อนุญาตให้ขึ้นทะเบียนได้ แต่ก็หายากยิ่งนัก และ ความสูงของม้าตัวเมียและม้าตอนจะอยู่ที่ประมาณ 15.2 แฮนด์ (157 ซม.)ตัวผู้จะสูงกว่าเล็กน้อย

ม้าพันธุ์ควอเตอร์หรือควอเตอร์ฮอร์ส หรืออเมริกันควอเตอร์ฮอร์ส

ม้าพันธุ์ควอเตอร์หรือควอเตอร์ฮอร์ส หรืออเมริกันควอเตอร์ฮอร์ส

ม้าพันธุ์ควอเตอร์หรือควอเตอร์ฮอร์ส หรืออเมริกันควอเตอร์ฮอร์ส เป็นม้าที่มีชื่อเรียกตามลักษณะเด่นร่างกายและความสามารถของมันการแข่งระยะทาง1/4ไมค์ เป็นระยะที่ม้าประเภทนี้สามารถทำความเร็วได้สูงสุดประมาณ 90กม/ ซม.ม้าพันธุ์นี้เป็นที่นิยมมากของชาวอเมริกาในยุคปัจจุบันและมีม้าสายพันธุ์นี้ที่จดทะเบียนแล้วถึง5ล้านตัว และในประเทศไทยม้าสายพันธุ์นี้ก็ยังเป็นที่ต้องการเนื่องจากขนาดและความหนาทำให้ดูสวยงามผิดจากม้าพันธุ์เธอร์รัพเบรตทั่วไป และยังมีความทนทานทนต่อสภาพอากาศที่ร้อนของประเทศไทย เป็นม้าที่สามารถฝึกได้ง่ายเนื่องจากเป็นม้าเลือดเย็น

ลักษณะ เด่นของม้าพันธุ์ควอเตอร์ คือล่ำสันบึกบึน สูงประมาณ 150-155 ซม. คอสั้น หน้าอกกว้างกำยำ สะโพกกลมบ่งบอกถึงแหล่งกำเนิดอันมหาศาลของพละกำลัง เชื่อง เมื่อฝึกดีแล้วจะสงบนิ่งมาก เหมาะสำหรับ การขี่เล่นเพื่อสันทนาการ เช่น การขี่ข้ามภูมิประเทศ การขี่ม้าอ้อมถังเบียร์ หรือในการขี่ม้าจับลูกวัวของคนอเมริกัน

ความเป็นมาของม้าพันธุ์ควอเตอร์เริ่มจากการแข่งม้าแบบเสี้ยวไมล์เริ่มได้รับความนิยม ในหมู่ประชาอาณานิคม และโดยที่สนามแข่งในอเมริกาที่มักจะมีช่วง ทางตรงสั้นๆ จึงทำให้เมื่อมีการแข่งขันครั้งใดม้าควอเตอร์ไมล์เหล่านี้มีชัยเหนือ เธอรัพเบรต อยู่เสมอ ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็ได้รับการเรียกขานว่าเป็นม้า ควอเตอร์ไมล์ และกลายเป็นควอเตอร์ฮอร์สในที่สุด

ในปี ค.ศ. 1800 เริ่มมีคนบุกเบิกไปทางตะวันตกของอังกฤษมากขึ้น ผู้คนเหล่านี้ต้องการม้าที่ทรหดอดทนต่อสภาพแวดล้อมมาใช้งาน จึงนำม้าสายพันธุ์ต่างๆมาเพาะเลี้ยง เช่นม้าของสเปน เม็กซิโก รวมทั้งม้าป่าพื้นเมือง และม้าของชนเผ่าอินเดียนแดง

ม้าพันธุ์ลิปิซานเนอร์

ม้าพันธุ์ลิปิซานเนอร์

ม้าพันธุ์ลิปิซานเนอร์  เชื่อกันว่าม้าสายพันธุ์นี้ได้ถูกเพาะเลี้ยงที่เมืองลิปิซาน แห่งแคว้นคาร์เทจ เมื่อประมาณ 2000 กว่าปีมาแล้ว โดยม้าพันธุ์นี้สืบเชื้อสายมาจากม้าอาหรับและบาร์บของสเปนถัดมาในยุคแขกมัวร์ครองอำนาจเหนือสเปน ก็ได้นำม้าอาหรับอยู่บ้างประปราย  และช่วงนี้สเปนอยู่ภายใต้อำนาจของแขกมัวร์ได้ส่งม้าไปยังอิตาลี และเมืองเฟ็ดเดอริสเบอร์คประเทศเดนมาร์ค และที่อิตาลีก็ได้กำเนิดม้าลิปิซารเนอร์ ต้นสายหลังจากนั้นก็ได้นำม้าสายพันธุ์อื่นมาผสมบ้างประปรายเพื่อไม่ให้เลือดชิดจนกระทัง เกิดภาวะแห้งแล้งบริเวณแหล่งเพาะเลี้ยงม้า และในเดือน พ.ค. 1915 จึงได้มีการแยกม้าลิปิซานออกเป็นสองฝูง ฝูงแรกถูกนำไปที่ลักเซนเบิร์ก ใกล้เวียนนา และอีกฝูงถูกนำไปที่แคล็ดรัพและยังมีการแยกม้าออกไปอีกเมื่อเกิดการล่มสลายของราชวงศ์แฮร์ปเบิร์คและจักรวรรดิออสเตรียลิปิซาจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของอิตาลี รัฐบาลอิตาลีและออสเตรียได้แบ่งม้าออกเท่าๆกัน ออสเตรียนำมาที่ได้ไปเลี้ยงต่อที่ฟาร์ม ไพเบอร์ เมืองสไตน์มาร์ก โดยฟาร์มไพเบอร์นี้เป็นของเอกชน เพาะเลี้ยงม้าสำหรับใช้ในกองทัพจนได้มีการจดทะเบียนม้าพันธุ์ลิปิซานเนอร์ ขึ้น

ลักษณะเด่นของม้า ลิปิซานเนอร์

แรกเกิดทั้งตัวจะเป็นสีดำหรือออกเทา แล้วจะค่อยๆขาวขึ้นตามอายุ

มีใบหูเล็ก ตากลมโต คอสั้นหนารูปร่างกำยำล่ำสัน เป็นมิตรกับคนง่าย สูงประมาณ 140-155 ซม.

กีบเท้าแข็งแรงทนทาน มีสีขาวหรือสีดำ ไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องโรคกีบ

ม้าพันธุ์เธอร์รัพเบรต

 ม้าพันธุ์เธอร์รัพเบรต

ม้าพันธุ์เธอร์รัพเบรตหรือที่นิยมเรียกว่า TB เนื่องการอนุโลมให้เรียกตามสากล ม้าเธอร์รัพเบรตเป็นม้าที่มีผลจากการผสมกันของม้าพื้นเมืองของทางตะวันตกเพื่อที่จะพัฒนาร่วมพัฒนาสายพันธุ์อื่น แต่หากดูจากโครงสร้างแล้วจะเห็นได้ว่า ม้า TB เป็น ผลผลิตของม้าเลือดร้อนหรือม้าอาหรับ ผสมกับม้าเลือดเย็นแถวๆอังกฤษ ซึ่งเป็นม้าที่ขนาดใหญ่ส่วนสูง 180+ ซม. ดังนั้นม้า TB จึงมีรูปร่างเพรียวสูงใหญ่แต่มีขาเรียวเล็ก ซึ่งนิยมนำมาทำเป็นม้าแข่ง  สีที่พบเห็นส่วนใหญ่จะเป็นสี ดำ น้ำตาล เทา ขาว และสีเขียวขี้ม้า  ม้าสายพันธุ์นี้ในช่วงแรกเป็นที่นิยมมากของทางฝั่งยุโรป เพราะหลังสงครามโลกชาวตะวันตกชอบเล่นกีฬาการแข่งม้ามากรวมถึงการเล่นพนันด้วย ซึ่งเห็นได้ว่าม้าพันธุ์นี้มีต้นสายมาจากม้าพื้นเมืองที่เอาไว้ใช้งานในสวน ในฟาร์ม และได้นำพ่อม้าพันธุ์คุณภาพมาจากอาหรับเพื่อเสริมความเร็วและลดขนาดหนาๆของม้าพื้นเมืองให้บางลงจนเหมาะกับการแข่งการพัฒนาสายพันธุ์ เชื่อกันว่าในระยะแรกหรือประมาณ คริสต์ศตวรรษที่ 16-17 ได้มีการนำม้าอาหรับไปผสมไขว้กับแม่พันธุ์พื้นเมืองที่เกาะอังกฤษ โดยสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่ามีการพัฒนามาจากพ่อม้าสามตัวที่นำเข้ามากับ แม่ม้า ประมาณ 76 ตัว ที่เป็นสายอาหรับหรือ บาร์บของสเปน หลังจากนั้นจึงแพร่พันธุ์ไปทั่วโลก โดยใน ค.ศ. 1730 ได้มีการนำเข้าไปยังอเมริกาเหนือ ใน ค.ศ. 1814 ถูกนำเข้าไปในออสเตรเลีย และนำเข้าไปยังยุโรปและญี่ปุ่นในประมาณ คริสศตวรรษที่ 18 โดยปัจจุบันมีม้า Tb ในอเมริกาแห่งเดียวถึง หนึ่งล้านสามแสนตัว และลูกม้าที่ขึ้นทะเบียนอีกปีละประมาณ 120,000 ตัว

ลักษณะเด่นของม้าเธอร์รัพเบรต

มีขนาดตัวที่สูงขาเล็ก ขนาดตัวยาวแต่ดูหนาเรียว  มีนิสัยเหมือนม้าเลือดร้อน  สูงประมาณ 155-170

ม้าสายพันธุ์อาราเบียน

ม้าสายพันธุ์อาราเบียน

ม้าสายพันธุ์อาราเบียน หรือ ม้าอาหรับ  ฉายา ผู้ดื่มด่ำสายลม เป็นม้าที่มีถิ่นกำเนิดมาจาก ทวีปเอเชีย โดยสายพันธุ์ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่บ้างส่วนก็ว่ามีสายพันธุ์แรกเริ่มมาจากม้าสายพันธุ์ Barb หรือ Andalusian ของสเปนถูกนำมาทางเรือมาตั้งแต่โบราณ หนังจากมาขึ้นบกที่อินเดียและจีนก็ได้นำมาผสมกับม้าพื้นเมืองรวมไปถึงม้าในเขตอาราเบีย ในแถบทะเลทราย จนได้ม้าขนาดกลางที่มีความอดทน ส่วนความเชื่ออีกสายเชื่อว่าเป็นม้าประจำพื้นเมืองอยู่แล้วซึ่งชนเผ่าเบดูอินซึ่งเป็นเผ่าโบราณของอาหรับได้เพาะเลี้ยงไว้ ชนเผ่านี้มีความเชื่อว่า ม้าสายพันธุ์อาราเบียนเป็นม้าที่พระเจ้าประทานมาให้ ดังนั้นการเลี้ยงดูม้าจะประคบประหงมมาก และจะไม่ผสมม้าข้ามสายพันธุ์เป็นอันขาด    จุดเด่นของม้าอาหรับเกินขึ้นในสงครามมองโกกับอัศวินตะวันตกที่ชอบใช้ม้าตัวใหญ่ติดเกราะหนาๆ แต่ออกรบทีไรก็แพ้ให้ทหารม้าของเจงกิสข่านที่ใช้ม้าที่เร็ววิ่งเข้าหาข้าศึกทำให้ข้าศึกตั้งตัวไม่ทันเวลาถอยก็ทำได้อย่างรวดเร็วจนฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถตามได้  ต่อมาม้าอาราเบียนเลยตกเป็นที่นิยมและนำไปผสมกับม้าสายพันธ์อื่นจนเกิดเป็นม้าหลายสายพันธุ์

ลักษณะเด่นของม้าอาราเบียน

มีหน้าแหลมคล้ายจิ้งจก จมูกเชิดงอนขึ้น และมีคางเป็นสันกลมสังเกตได้

โคนหางจะยกขึ้นเวลาวิ่งเนื่องจากมีกระดูกโคนหางน้อยกว่าสายอื่น 2 ชิ้น

จังหวะวิ่งมีจังหวะที่ขาลอยจากพื้นพร้อมกันทั้งสี่ขา มีส่วนสูงประมาณ 153-156 ซม.

ลำคอเรียวโค้งยาวเป็นรูปคอหงส์ แต่ลักษณะนี้ไม่เน้นมากนัก เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญบางท่านบอกว่าเป็นลักษณะของลำคอที่มาจากม้าพันธุ์ เธอร์รัพเบรต